10 technique for take photo,panasonic,Panasonic Lumix,10เทคนิคถ่ายถาพนิ่งชัด
10 technique for take photo,panasonic,Panasonic Lumix
Friday, July 6, 2012
Panasonic DMC-FH25A 16.1MP Digital Camera with 8x Wide Angle Image Stabilized Zoom and 2.7 inch LCD
Panasonic DMC-FH25A 16.1MP Digital Camera with 8x Wide Angle Image Stabilized Zoom and 2.7 inch LCD (Blue)
Panasonic
Panasonic DMC-FH25 16.1MP Digital Camera with 8X Wide Angle Image Stabilized Zoom and 2.7-Inch LCD - Silver
Panasonic DMC-FH25 16.1MP Digital Camera with 8X Wide Angle Image Stabilized Zoom and 2.7-Inch LCD - Silver
Panasonic
Thursday, July 5, 2012
Panasonic Lumix
Panasonic Lumix DMC-ZS8 14.1 MP Digital Camera with 16x Wide Angle Optical Image Stabilized Zoom and 3.0-Inch LCD (Black)
Panasonic
Panasonic DMC-FH25K 16.1MP Digital Camera with 8x Wide Angle Image Stabilized Zoom and 2.7 inch LCD (Black)
Panasonic
Panasonic Lumix ZS20 14.1 MP High Sensitivity MOS Digital Camera with 20x Optical Zoom (Black)
Panasonic
Panasonic Lumix DMC-LX5 10.1 MP Digital Camera with 3.8x Optical Image Stabilized Zoom and 3.0-Inch LCD - Black
Panasonic
Panasonic Lumix DMC-ZS3 10.1 MP Digital Camera with 12x Wide Angle MEGA Optical Image Stabilized Zoom and 3 inch LCD (Black)
Panasonic
Panasonic Lumix DMC-FZ40 14.1 MP Digital Camera with 24x Optical Image Stabilized Zoom and 3.0-Inch LCD - Black
Panasonic
Panasonic DMC-FZ150K 12.1 MP Digital Camera with CMOS Sensor and 24x Optical Zoom (Black)
Panasonic
Panasonic LUMIX DMC-ZS15 12.1 MP High Sensitivity MOS Digital Camera with 16x Optical Zoom (Black)
Panasonic
Transcend 16 GB SDHC Class 10 Flash Memory Card TS16GSDHC10E
TRQU9
Panasonic Lumix DMC-FZ47K 12.1 MP Digital Camera with 24xOptical Zoom - Black
Panasonic
10 เทคนิคถ่ายภาพให้ชัด ตอนที่ 2
กรรมวิธีที่ 6
เลือกทิศทางแสงในการถ่ายภาพเพื่อให้มีมิติ ในการดูภาพเราจะพบว่าถ้าวัตถุที่เราถ่ายภาพมีมิติจะทำให้ภาพดูมีความคมชัด มากขึ้น ทิศทางของแสงเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ภาพมีมิติ แสงด้านข้างจะทำให้เกิดเงาซึ่งจะช่วยให้วัตถุที่เราถ่ายภาพมีมิติมากขึ้น การเลือกทิศทางแสงด้านข้างจะช่วยเรื่องมิติภาพได้เป็นอย่างดีทำให้ภาพมีความ คมชัดมากขึ้น
กรรมวิธีที่ 7
เลือกถ่ายภาพวัตถุให้มีความเปรียบต่างมากขึ้นความเปรียบต่างของวัตถุที่เรา ถ่ายภาพจะช่วยให้การดูภาพเสมือนหนึ่งมีความคมชัดทีดี เพราะความเปรียบต่าง (CONTRAST) จะทำให้การดูภาพมีความตัดกันในด้านของโทนภาพ หรือสีสันของภาพที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ภาพดูมีความคมชัดได้มากขึ้น
กรรมวิธีที่ 8
เลือกถ่ายภาพวัตถุที่มีรายละเอียดมากขึ้น โดยปกติเมื่อเราดูภาพวัตถุที่มีรายละเอียดมากเปรียบเทียบกับวัตถุที่มีราย ละเอียดที่น้อยกว่า เราจะรู้สึกว่า ภาพที่มีรายละเอียดที่มากกว่านั้นจะมีความคมชัดที่ดีกว่าภาพของวัตถุที่ไม่ มีรายละเอียดทั้งที่ความจริงแล้วความคมชัดนั้นเท่ากัน แต่ที่เห็นต่างกันก็คือความรู้สึก ดังนั้นการสร้างสรรค์ภาพด้วยการเลือกถ่ายภาพที่มีรายละเอียดมากกว่าจึงทำให้ รู้สึกว่าภาพมีความคมชัดที่ดีกว่า
กรรมวิธีที่ 9
เลือกเวลาถ่ายภาพในยามที่ลมสงบ ถ้าคุณถ่ายภาพวัตถุที่บางเบา หรือวิวทิวทัศน์ที่มีกิ่งไม้ใบหญ้าคุณควรระลึกเสมอว่า กระแสลมที่แรงนั้นมีส่วนที่ทำให้วัตถุที่คุณกำลังจะถ่ายภาพมีการเคลื่อนไหว ได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำด้วยแล้ว แม้ว่าจะมีขาตั้งกล้องก็ตาม แต่การที่วัตถุมีการสั่นไหวด้วยแรงลมก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัตถุ ขาดความคมชัดได้ ดังนั้นการรอเวลาให้ลมสงบก่อนการกดชัตเตอร์จะเป็นการลดการไหวของวัตถุจากแรง ลมได้เป็นอย่างดีเพื่อทำให้ได้ภาพที่คมชัดครับ
กรรมวิธีที่ 10
ข้อควรระวังเกี่ยวกับเลนส์ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ นั้นต่างก็ถือเลนส์ใช้งานที่แตกต่างกัน บางท่านอาจจะถือเลนส์โปรตัวละหลายหมื่นบาท บางท่านอาจจะถือเลนส์ธรรมดาตัวละไม่ถึงหมื่น ซึ่งคุณภาพเลนส์ที่แตกต่างกันก็มีผลส่วนหนึ่งละครับสำหรับในเรื่องของความคม ชัด แต่สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่มากกว่านั้นก็คือ การถ่ายภาพย้อนแสง สำหรับเลนส์คุณภาพสูงนั้นอาการแฟลร์และอาการฟุ้งของเลนส์จะมีน้อยกว่าเลนส์ คุณภาพรองลงมา ยิ่งถ้าเป็นเลนส์คุณภาพต่ำด้วยแล้วอาการทั้งแฟลร์และแสงฟุ้งจะมีมากขึ้น อาการเหล่านี้จะลดความคมชัดของภาพลงทันที ดังนั้นการระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่จะต้องย้อนแสงโดยตรงจะช่วย ลดอาการฟุ้งไปได้มาก ซึ่งจะทำให้ภาพมีความคมชัดได้ดีขึ้น หรือการใช้ Hood บังแสงที่หน้าเลนส์ก็จะเป็นการช่วยลดอาการดังกล่าวได้มากครับ
ทั้ง 10 กรรมวิธี ที่กล่าวมานี้จะช่วยตอบข้อข้องใจสงสัยในเรื่องการถ่ายภาพอย่างไรให้คมชัด และการหมั่นทดลองทดสอบการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่จะช่วยให้คุณสามาร ถ่ายภาพได้คมชัด ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาการถ่ายภาพให้มีคุณสูงยิ่งขึ้น
ศิลปะการถ่ายภาพมีทั้งการถ่ายภาพให้ชัดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคนเริ่มถ่ายภาพทุกคน แต่แน่นอนครับว่า
ศิลปะ เป็นเรื่องไร้ขอบเขต ไม่ได้หมายความว่าการถ่ายภาพให้ชัดอย่างเดียวจะเป็นเครื่องบอกว่าได้ภาพที่ ดีที่สุด ทั้งนี้อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณรวมทั้งความคิดของผู้ชมภาพด้วย ภาพที่ไม่ชัด ภาพที่ไหวๆ หรือภาพเคลื่อนไหว ต่างก็มีโอกาสที่จะเป็นภาพที่มีศิลปะได้หรือแม้แต่อาจจะเป็นศิลปะชั้นเลิศก็ ว่าได้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไปส่วนใหญ่แล้วเราก็คงต้องยอมรับว่าการถ่ายภาพให้คมชัด ไว้ก่อนเป็นเรื่องที่จำเป็นแต่การที่จะสร้างสรรค์ให้ผลของภาพเป็นอย่างไร นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ
credit by :http://camerartmagazine.com/index.php/photo-techniques/52-photo-techniques/135-10-technique
10 เทคนิคถ่ายภาพให้ชัด ตอนที่1
เรื่องการถ่ายภาพไม่ชัด สำหรับมือใหม่ ถือว่าเป็นปัญหาพอสมควร เราจึงประมวลวิธีการถ่ายภาพ 10 ขั้นตอนดังนี้ครับ
เรื่อง การถ่ายรูปไม่ชัด ถือว่าเป็นปัญหาเบื้องต้นบันไดขั้นที่หนึ่งเลยก็ว่าได้ที่คนถ่ายรูปจะต้อง ฝ่าด่านนี้ให้ได้ หลายครั้งที่ตอนถ่ายรูปแล้วเปิดดูรูปบนจอ LCD ดูก็ชัดดีใช่ไหมครับ แต่พอกลับมาส่งรูปไปอัดขยายหรือนำมาขยายรูปดูบนจอคอมพิวเตอร์รูปที่แต่แรก คิดว่าชัดดี กลับไม่ชัดอย่างที่ตั้งใจ ผมเชื่อว่าหลายต่อหลายท่านต้องเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้างละครับ
ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นมานานตั้งแต่เมื่อครั้งกล้องถ่ายรูปใช้ฟิล์มและเป็นกล้องปรับระยะชัด ด้วยมือ ต่อมาเมื่อกล้องพัฒนามาใช้ระบบปรับระยะชัดอัตโนมัติซึ่งก็น่าจะได้ภาพที่ชัด แต่ก็มีที่ถ่ายมาแล้วไม่ชัดอีก จนเวลานี้กล้องเป็นระบบดิจิตอล เรื่องถ่ายรูปไม่ชัดก็ยังคงเป็นเรื่องที่เจอะเจอกันเป็นประจำ จนเป็นคำถามที่เจออยู่บ่อยๆ จนเป็นเรื่องธรรมดาๆ
แล้วทำไมอีกหลายต่อหลายๆ คนจึงถ่ายภาพออกมาได้คมชัด ภาพชัดแจ๋วแหว๋วได้สะใจจริงๆเขาทำกันอย่างไรกันเนี่ยมันต้องมีวิธีซิคุณ เมื่อเขาสามารถถ่ายภาพให้ชัดได้ ทำมั๊ยทำไมเราจะถ่ายไม่ได้ จริงไหมครับ เพื่อให้พวกเราถ่ายภาพได้ชัดอย่างที่ตั้งใจ เลยขอชวนเพื่อนๆ มาเสวนาเรื่องทำอย่างไรจึงจะถ่ายภาพได้ชัดกะเขาเสียที
ความจริงเรื่องถ่ายภาพให้ชัดนั้นไม่ใช่เรื่องลึกลับ และก็ไม่ใช่เทคนิคที่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เพียงแต่ใช้ความสังเกตสักนิด ผมเชื่อว่าทุกท่านก็สามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยากนัก สิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับนักถ่ายภาพที่เจอกับปัญหานี้ก็คือ ส่วนใหญ่มักจะลืมสิ่งปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าเพียงแต่นึกได้ก่อนถ่ายรูปเท่านั้น ผมเชื่อว่าทุกท่านก็จะได้ภาพที่คมชัดตามต้องการ
เรามาสร้างเป็นคัมภีร์ย่อยๆ ไว้ใช้งานกันดีกว่า ผมขอประมวลเอากรรมวิธีต่างๆ ที่ทำให้ได้ภาพที่คมชัดรวมๆ กันได้ กรรมวิธีที่จะทำให้ถ่ายภาพได้ชัดนำมาฝากไว้ให้พวกเราได้ลองใช้แก้ปัญหาดู ครับ
กรรมวิธีที่ 1
กดชัตเตอร์ในนิ่มนวลในการถ่ายภาพ เริ่มต้นหลายคนอาจจะบอกว่าง่ายราวกับปลอกกล้วยหอมเข้าปากเลยนะครับ แต่ผมอยากจะขอบอกไว้สักนิดว่าหลายครั้งการกดชัตเตอร์ด้วยความรวดเร็วหรือ หนักเกินไปจะทำให้กล้องไหวได้ง่ายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกล้องคอมแพคที่ขนาดเล็กและเบารวมทั้งกล้อง D-SLR ที่เป็นกล้องขนาดเล็กทั้งหลายที่มีน้ำหนักเบา การกดชัตเตอร์ที่หนักเกินไปหรือรวดเร็วเกินไปมีส่วนทำให้กล้องไหวได้ง่ายนี่ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพถ่ายขาดความคมชัดครับ ด้วยเหตุนี้กล้องในระดับโปรทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในตลาดส่วนใหญ่เชื่อขนมกิน ได้เลยครับว่าไม่มีกล้องที่มีน้ำหนักเบาส่วนใหญ่แล้วจะมีน้ำหนักที่ค่อนไป ทางหนักเสียละมากกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะด้วยน้ำหนักของกล้องนั่นเองทำให้ การกดชัตเตอร์มีความเสถียรมากกว่าการกดชัตเตอร์ของกล้องที่มีน้ำหนักค่อน ข้างเบาทำให้ได้ภาพที่คมชัดกว่าในการใช้งานดังนั้นการกดชัตเตอร์ที่นิ่มนวล จะช่วยลดปัญหานี้ได้ครับ
กรรมวิธีที่ 2
โฟกัสให้ชัดก่อนกดชัตเตอร์ ปัญหาถ่ายรูปไม่ชัดส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุนี้ครับ ถ้าคุณโฟกัสภาพด้วยมือต้องระลึกเสมอว่าต้องปรับระยะชัดให้ดีก่อนกดชัตเตอร์ ดังนั้นถ้าโฟกัสเองแล้วไม่ชัดก็ไม่ต้องไปโทษใครหรอก ข้าพเจ้าเองแหละครับ แต่ถ้าเป็นระบบออโต้โฟกัส สิ่งที่คุณต้องเข้าใจมี 2 เรื่อง หนึ่งคือเรื่องจุดโฟกัสของกล้อง การเลือกจุดโฟกัสถ้ากล้องมีหลายจุดจะทำให้คุณโฟกัสในตำแหน่งที่ต้องการได้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือการยืนยันโฟกัสของกล้อง ซึ่งกล้องมักจะมีสัญญาณเตือนให้ทราบ เช่นสัญญาณที่เป็นจุดเขียวในแถบข้อมูลของช่องมองภาพ หรือสัญญาณเสียงก็ตามนั่นหมายความว่ากล้องยืนยันการโฟกัสเมื่อกดชัตเตอร์จะ ทำให้ได้ภาพที่คมชัด แต่ถ้ากดชัตเตอร์ทันทีทันใดให้เข้าใจไว้ก่อนว่าอาจจะได้ภาพที่ชัดหรือไม่ชัด ก็ได้ ซึ่งขึ้นกับสมรรถนะความเร็วในการโฟกัสภาพและความแม่นยำในการอ่านระยะโฟกัส ของกล้อง ยิ่งถ้าเป็นกล้องคอมแพคด้วยแล้วให้ระมัดระวังไว้ว่าความเร็วในการโฟกัสและ ความสามารถในการอ่านจุดโฟกัสจะช้ากว่ากล้องในระดับ D-SLR ครับ
กรรมวิธีที่ 3
เลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นป้องกันการสั่นไหวของกล้องปัญหาหลักอีกอย่าง หนึ่งที่ทำได้รูปถ่ายไม่ชัดก็คือ ภาพที่ถ่ายออกมาไหว ปัญหานี้เกิดจากการถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่ง อีกสาเหตุหนึ่งก็คือการถือกดชัตเตอร์แล้วกล้องไหว แก้ได้ไม่ยากครับ เรื่องแรกก็คือถ้าคุณถือกล้องถ่ายรูปต้องถือให้มั่น กดชัตเตอร์ให้นุ่มนวลขึ้นก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกล้องไหวได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือการเลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นเพื่อลดการไหวของกล้อง เท่านี้คุณก็จะเพิ่มโอกาสให้ถ่ายรูปได้ภาพที่นิ่งมีความคมชัดมากขึ้นแล้ว ครับ
กรรมวิธีที่ 4
ใช้ขาตั้งกล้องช่วยป้องกันการไหวของกล้อง หลายครั้งที่การถ่ายภาพจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในการถ่ายภาพซึ่งจะ ทำให้การถือกล้องให้นิ่งไม่ให้สั่นไหวทำได้ยาก อย่าฝืนควรเลือกการใช้ขาตั้งกล้องช่วยจะทำให้สามารถถ่ายรูปได้โดยกล้องไม่ ไหว ภาพที่ได้ก็จะเพิ่มโอกาสให้มีความคมชัดมากขึ้น อีกประการหนึ่งการเลือกใช้ขาตั้งกล้องก็ควรมีความสมดุลกับกล้องที่ใช้งาน ถ้ากล้องเล็กขาตั้งกล้องเล็กก็ถือว่าใช้งานสมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าคุณใช้กล้อง D-SLR ติดเลนส์ที่ใหญ่ขึ้นการใช้ขาตั้งกล้องที่เล็กเกินไปก็อาจจะมีโอกาสทำให้ กล้องสั่นไหวได้เหมือนกันครับ ยิ่งถ้าเป็นกล้อง D-SLR การกระดกของกระจกการลั่นชัตเตอร์ซึ่งแม้เพียงเล็กน้อยก็มีโอกาสทำให้กล้อง สั่นได้เช่นกัน
กรรมวิธีที่ 5
เลือกรูรับแสงที่แคบเพื่อเพิ่มความชัดลึกการเลือกรูรับแสงที่แคบเล็กหน่อยจะ ทำให้วัตถุมีความชัดลึกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าการโฟกัสภาพคลาดเคลื่อนเล็กน้อยการควบคุมภาพให้มีความชัดลึกก็สามารถ ช่วยให้วัตถุยังมีความคมชัดอยู่ได้ส่วนหนึ่งอีกประการหนึ่งการถ่ายภาพที่มี ความชัดลึกไว้หน่อยจะทำให้การมองภาพเสมือนมีความชัดมากขึ้นครับ
credit by :http://camerartmagazine.com/index.php/photo-techniques/52-photo-techniques/135-10-technique
Home
Subscribe to:
Posts (Atom)