เรื่อง การถ่ายรูปไม่ชัด ถือว่าเป็นปัญหาเบื้องต้นบันไดขั้นที่หนึ่งเลยก็ว่าได้ที่คนถ่ายรูปจะต้อง ฝ่าด่านนี้ให้ได้ หลายครั้งที่ตอนถ่ายรูปแล้วเปิดดูรูปบนจอ LCD ดูก็ชัดดีใช่ไหมครับ แต่พอกลับมาส่งรูปไปอัดขยายหรือนำมาขยายรูปดูบนจอคอมพิวเตอร์รูปที่แต่แรก คิดว่าชัดดี กลับไม่ชัดอย่างที่ตั้งใจ ผมเชื่อว่าหลายต่อหลายท่านต้องเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้างละครับ
ปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นมานานตั้งแต่เมื่อครั้งกล้องถ่ายรูปใช้ฟิล์มและเป็นกล้องปรับระยะชัด ด้วยมือ ต่อมาเมื่อกล้องพัฒนามาใช้ระบบปรับระยะชัดอัตโนมัติซึ่งก็น่าจะได้ภาพที่ชัด แต่ก็มีที่ถ่ายมาแล้วไม่ชัดอีก จนเวลานี้กล้องเป็นระบบดิจิตอล เรื่องถ่ายรูปไม่ชัดก็ยังคงเป็นเรื่องที่เจอะเจอกันเป็นประจำ จนเป็นคำถามที่เจออยู่บ่อยๆ จนเป็นเรื่องธรรมดาๆ
แล้วทำไมอีกหลายต่อหลายๆ คนจึงถ่ายภาพออกมาได้คมชัด ภาพชัดแจ๋วแหว๋วได้สะใจจริงๆเขาทำกันอย่างไรกันเนี่ยมันต้องมีวิธีซิคุณ เมื่อเขาสามารถถ่ายภาพให้ชัดได้ ทำมั๊ยทำไมเราจะถ่ายไม่ได้ จริงไหมครับ เพื่อให้พวกเราถ่ายภาพได้ชัดอย่างที่ตั้งใจ เลยขอชวนเพื่อนๆ มาเสวนาเรื่องทำอย่างไรจึงจะถ่ายภาพได้ชัดกะเขาเสียที
ความจริงเรื่องถ่ายภาพให้ชัดนั้นไม่ใช่เรื่องลึกลับ และก็ไม่ใช่เทคนิคที่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เพียงแต่ใช้ความสังเกตสักนิด ผมเชื่อว่าทุกท่านก็สามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยากนัก สิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับนักถ่ายภาพที่เจอกับปัญหานี้ก็คือ ส่วนใหญ่มักจะลืมสิ่งปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าเพียงแต่นึกได้ก่อนถ่ายรูปเท่านั้น ผมเชื่อว่าทุกท่านก็จะได้ภาพที่คมชัดตามต้องการ
เรามาสร้างเป็นคัมภีร์ย่อยๆ ไว้ใช้งานกันดีกว่า ผมขอประมวลเอากรรมวิธีต่างๆ ที่ทำให้ได้ภาพที่คมชัดรวมๆ กันได้ กรรมวิธีที่จะทำให้ถ่ายภาพได้ชัดนำมาฝากไว้ให้พวกเราได้ลองใช้แก้ปัญหาดู ครับ
กรรมวิธีที่ 1
กดชัตเตอร์ในนิ่มนวลในการถ่ายภาพ เริ่มต้นหลายคนอาจจะบอกว่าง่ายราวกับปลอกกล้วยหอมเข้าปากเลยนะครับ แต่ผมอยากจะขอบอกไว้สักนิดว่าหลายครั้งการกดชัตเตอร์ด้วยความรวดเร็วหรือ หนักเกินไปจะทำให้กล้องไหวได้ง่ายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกล้องคอมแพคที่ขนาดเล็กและเบารวมทั้งกล้อง D-SLR ที่เป็นกล้องขนาดเล็กทั้งหลายที่มีน้ำหนักเบา การกดชัตเตอร์ที่หนักเกินไปหรือรวดเร็วเกินไปมีส่วนทำให้กล้องไหวได้ง่ายนี่ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพถ่ายขาดความคมชัดครับ ด้วยเหตุนี้กล้องในระดับโปรทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในตลาดส่วนใหญ่เชื่อขนมกิน ได้เลยครับว่าไม่มีกล้องที่มีน้ำหนักเบาส่วนใหญ่แล้วจะมีน้ำหนักที่ค่อนไป ทางหนักเสียละมากกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะด้วยน้ำหนักของกล้องนั่นเองทำให้ การกดชัตเตอร์มีความเสถียรมากกว่าการกดชัตเตอร์ของกล้องที่มีน้ำหนักค่อน ข้างเบาทำให้ได้ภาพที่คมชัดกว่าในการใช้งานดังนั้นการกดชัตเตอร์ที่นิ่มนวล จะช่วยลดปัญหานี้ได้ครับ
โฟกัสให้ชัดก่อนกดชัตเตอร์ ปัญหาถ่ายรูปไม่ชัดส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุนี้ครับ ถ้าคุณโฟกัสภาพด้วยมือต้องระลึกเสมอว่าต้องปรับระยะชัดให้ดีก่อนกดชัตเตอร์ ดังนั้นถ้าโฟกัสเองแล้วไม่ชัดก็ไม่ต้องไปโทษใครหรอก ข้าพเจ้าเองแหละครับ แต่ถ้าเป็นระบบออโต้โฟกัส สิ่งที่คุณต้องเข้าใจมี 2 เรื่อง หนึ่งคือเรื่องจุดโฟกัสของกล้อง การเลือกจุดโฟกัสถ้ากล้องมีหลายจุดจะทำให้คุณโฟกัสในตำแหน่งที่ต้องการได้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือการยืนยันโฟกัสของกล้อง ซึ่งกล้องมักจะมีสัญญาณเตือนให้ทราบ เช่นสัญญาณที่เป็นจุดเขียวในแถบข้อมูลของช่องมองภาพ หรือสัญญาณเสียงก็ตามนั่นหมายความว่ากล้องยืนยันการโฟกัสเมื่อกดชัตเตอร์จะ ทำให้ได้ภาพที่คมชัด แต่ถ้ากดชัตเตอร์ทันทีทันใดให้เข้าใจไว้ก่อนว่าอาจจะได้ภาพที่ชัดหรือไม่ชัด ก็ได้ ซึ่งขึ้นกับสมรรถนะความเร็วในการโฟกัสภาพและความแม่นยำในการอ่านระยะโฟกัส ของกล้อง ยิ่งถ้าเป็นกล้องคอมแพคด้วยแล้วให้ระมัดระวังไว้ว่าความเร็วในการโฟกัสและ ความสามารถในการอ่านจุดโฟกัสจะช้ากว่ากล้องในระดับ D-SLR ครับ
กรรมวิธีที่ 3
เลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นป้องกันการสั่นไหวของกล้องปัญหาหลักอีกอย่าง หนึ่งที่ทำได้รูปถ่ายไม่ชัดก็คือ ภาพที่ถ่ายออกมาไหว ปัญหานี้เกิดจากการถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่ง อีกสาเหตุหนึ่งก็คือการถือกดชัตเตอร์แล้วกล้องไหว แก้ได้ไม่ยากครับ เรื่องแรกก็คือถ้าคุณถือกล้องถ่ายรูปต้องถือให้มั่น กดชัตเตอร์ให้นุ่มนวลขึ้นก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกล้องไหวได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือการเลือกความไวชัตเตอร์ให้สูงขึ้นเพื่อลดการไหวของกล้อง เท่านี้คุณก็จะเพิ่มโอกาสให้ถ่ายรูปได้ภาพที่นิ่งมีความคมชัดมากขึ้นแล้ว ครับ
กรรมวิธีที่ 4
ใช้ขาตั้งกล้องช่วยป้องกันการไหวของกล้อง หลายครั้งที่การถ่ายภาพจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในการถ่ายภาพซึ่งจะ ทำให้การถือกล้องให้นิ่งไม่ให้สั่นไหวทำได้ยาก อย่าฝืนควรเลือกการใช้ขาตั้งกล้องช่วยจะทำให้สามารถถ่ายรูปได้โดยกล้องไม่ ไหว ภาพที่ได้ก็จะเพิ่มโอกาสให้มีความคมชัดมากขึ้น อีกประการหนึ่งการเลือกใช้ขาตั้งกล้องก็ควรมีความสมดุลกับกล้องที่ใช้งาน ถ้ากล้องเล็กขาตั้งกล้องเล็กก็ถือว่าใช้งานสมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าคุณใช้กล้อง D-SLR ติดเลนส์ที่ใหญ่ขึ้นการใช้ขาตั้งกล้องที่เล็กเกินไปก็อาจจะมีโอกาสทำให้ กล้องสั่นไหวได้เหมือนกันครับ ยิ่งถ้าเป็นกล้อง D-SLR การกระดกของกระจกการลั่นชัตเตอร์ซึ่งแม้เพียงเล็กน้อยก็มีโอกาสทำให้กล้อง สั่นได้เช่นกัน
กรรมวิธีที่ 5
เลือกรูรับแสงที่แคบเพื่อเพิ่มความชัดลึกการเลือกรูรับแสงที่แคบเล็กหน่อยจะ ทำให้วัตถุมีความชัดลึกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าการโฟกัสภาพคลาดเคลื่อนเล็กน้อยการควบคุมภาพให้มีความชัดลึกก็สามารถ ช่วยให้วัตถุยังมีความคมชัดอยู่ได้ส่วนหนึ่งอีกประการหนึ่งการถ่ายภาพที่มี ความชัดลึกไว้หน่อยจะทำให้การมองภาพเสมือนมีความชัดมากขึ้นครับ
credit by :http://camerartmagazine.com/index.php/photo-techniques/52-photo-techniques/135-10-technique
No comments:
Post a Comment